What is Translator? What is Editor?
posted on 15 May 2008 15:21 by sansaryusเหนื่อย เบื่อ เซ็ง
แล้วก็หน่ายตัวเองที่ยังเหนื่อย เบื่อ เซ็ง กับเรื่องนี้ไม่เลิกทั้งที่ก็เจอมาไม่รู้ตั้งเท่าไร
หลายคนเคยโดนโทรไปกรีดร้อง โทรไปให้ฟังรับคำบ่น รวมถึงโทรไปขอความช่วยเหลือ (ด้วยความขอบคุณอย่างยิ่งจากข้าน้อย ดิฉันต้องแย่แน่ๆ ถ้าไม่มีที่ปรึกษาเหล่านี้)
ตั้งใจว่าจะขอพูดสักที และต่อจากนี้จะพยายามไม่บ่นอีกแล้ว ถ้ามันแย่นักก็จะลุยทำแบบไม่ลืมหูลืมตา ชนิดว่าเอาแค่มันอ่านรู้เรื่องก็พอแล้ว ความบัดซบบรรลัยในด้านความถูกต้องนั้น ดิฉันขอยกให้เป็นอานิสงส์แก่คนแปลเถิด
กรรมใครทำก็รับเองสิ (วะ)
เท้าความเล็กน้อยสำหรับใครที่หลงมาอ่าน--ที่หากจะมี
ในการทำหนังสือในระดับสำนักพิมพ์ของบ้านเราเนี่ย มักจะมีกลุ่มบุคคลหนึ่งซึ่งมักถูกลืมเลือนจากความคิดคำนึงของคนซื้อคนอ่าน นั่นก็คือกองบรรณาธิการอันหมายรวมถึง บรรณาธิการ ฝ่ายอาร์ต (อันหมายรวมทั้งคนจัดหน้าและคนทำปก) และฝ่ายพิสูจน์อักษร
รวมถึงส่วนอื่นๆ ซึ่งมักจะมีเพิ่มขึ้นตามขนาดสำนักพิมพ์ และมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับในแต่ละกระบวนงานนะคะ แต่ในที่นี้ขอตีวงอยู่ในส่วนที่จำเป็นสำหรับการออกหนังสือหนึ่งเล่มเถอะ และเจาะจงลงไปที่ตัวบ.ก. ผู้รับผิดชอบด้านเนื้อหาของหนังสือเล่มหนึ่งๆ
เวลาเราจะซื้อหนังสือสักเล่ม ถ้าเป็นหนังสือแต่งก็มักจะดูจากชื่อคนเขียน ถ้าเป็นหนังสือแปลย่อมหนีไม่พ้นชื่อคนเขียนและคนแปล
แต่เคยสังเกตไหมว่า บางทีทำไมคนแปลคนเดียวกัน งานออกในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ทำไมฝีมือการแปลมันถึงไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีว่าทำไมมันดีและไม่ดีสลับกัน
จุดใหญ่ใจความที่มีผลต่อความแตกต่างนี้คือ บ.ก.
เคยมีกรณีว่าหนังสือแปลเล่มหนึ่งได้รับรางวัลหนังสือดีเด่นมาแล้ว คนแปลหน้าบานประมาณว่า "นี่งานดิชั้นเองค่ะ" ส่วนบุคคลในเงาทั้งหลายที่เคยได้เห็นงานดิบๆ ชิ้นนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้า แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงานเงินน้อยนิดเมื่อเทียบกับงานและความสามารถของตัวเองต่อไป
กลับมาเรื่องของดิฉันบ้าง
คุณคนแปลคะ คุณคิดว่าบ.ก.อย่างดิฉันเป็นอะไรไม่ทราบ เด็กเก็บลูกกอล์ฟของคุณหรือคะ คุณตีลูกไปตกน้ำตกท่าตกทรายตกในพงญ้า ตกไปถึงทะเลทรายซาฮาร่าทั้งที่คุณอยู่ประเทศไทย ดิฉันก็ยังต้องเป็นคนไปเก็บลูกกลอ์ฟเน่าๆ ของคุณกลับมาวางไว้ให้คุณ หรือยิ่งกว่านั้นคือดิฉันจะต้องขัดสีฉวีวรรณ ก่อนตีไอ้ลูกกอล์ฟลูกนั้นกลับมาโฮลอินวันให้คุณได้หน้า ในขณะที่ตัวดิฉันเองก็ยังต้องใส่หมวกแก๊ปเดินตามหลังคุณอย่างไม่มีใครจำได้ด้วยหรือเปล่าคะ
ที่แย่ที่สุดคือยังโดนคุณหันมาถามว่า แกเป็นใครมาจากไหน กล้าตีลูกแทนผม
พูดไปก็รู้สึกผิดบาปกับจรรยาบรรณที่ถูกสั่งสอนมาอย่างดิบดีว่าอย่าเสนอหน้า ผยองว่าหนังสือเล่มนี้ตูข้าเป็นผู้อิดิทเอง ใจตัวเองก็ไม่เคยแม้แต่จะตั้งคำถามกับข้อบังคับนี้แม้แต่น้อยว่าทำไมมันเป็นอย่างนั้น ด้วยเหตุว่า
ในกรณีที่งานแปลดี คนทำงานในฐานะบ.ก. ก็เป็นเหมือน QC คอยตรวจความเรียบร้อยอีกทีก่อนส่งถึงมือผู้อ่าน แลกกับค่าหนังสือที่ผู้อุดหนุนทุกท่านจ่ายเป็นค่าตอบแทน ซึ่งก็จะกลายมาเป็นเงินเดือนให้พวกเราได้กินใช้และมีชีวิตต่อไปได้
พูดง่ายๆ มันก็คือการทำงานเอาสมองแลกเงิน
แต่ทำไมมันกลายเป็นปัญหา ก็เพราะว่าคนแปลก็ดูเหมือนจะลืมไปด้วยว่า "หน้าที่และคุณสมบัติของคนแปล" มันคืออะไร และ "หน้าที่และความรับผิดชอบของบ.ก." มันเริ่มและสิ้นสุดตรงไหน
มันใช่เรื่องหรือที่บ.ก. ซึ่งได้เงินเป็นสัดส่วนที่ไม่ถึงครึ่งของเงินค่าแปลต้องมาแก้งานอย่างชนิดที่เรียกได้ว่าแทบจะต้องแปลใหม่ทั้งเล่ม
หน้าที่ของบ.ก. ไม่ใช่ "อ้าว ก็มีหน้าที่ทำให้หนังสือมันอ่านรู้เรื่องไม่ใช่หรือคะ" หรอกนะ
ขอโทษเถอะ ถ้าบ.ก.มีหน้าที่ทำให้หนังสือมันอ่านรู้เรื่อง แล้วคนแปลมีหน้าที่อะไรคะ ถอดความจากภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย??
ขอโทษ (อีกที) งั้นก็ไม่ต้องจ้างคุณคนแปลแล้วหรอก เดี๋ยวนี้เครื่องแปลภาษาเอาไว้ทำไมมี ในเมื่อคีย์คำใส่เข้าไปแล้วมันก็แปลออกมาได้เหมือนที่คุณแปลน่ะ
ถ้าบทแปลไม่ได้คุณภาพมาเจอระบบงานบ.ก. ที่เอาเร็วเข้าว่า ก็อาจจะปล่อยบทแปลนั้นออกสู่สายตาประชาชน อันเป็นที่มาของเสียงบ่นเสียงก่นด่าเสียงประจานอันมักจะมีต่อหนังสือบางเล่ม แต่ส่วนใหญ่ในฐานะด่านสุดท้ายก่อนจะออกไปถึงมือคนอ่าน คงไม่มีบ.ก.คนไหนทำอย่างนั้นได้ลง สุดท้ายก็ต้องแก้ให้มันออกมาดีจนได้ในเวลาอันจำกัดจำเขี่ย (กรุณาอย่าคิดว่าบ.ก. จะมีเวลาทำงานต่อชิ้นนานนะคะ ส่วนใหญ่ไม่ถึงหนึ่งในสี่ของเวลาที่ใช้แปลด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงว่าถ้างานมันเร่ง ด่านสุดท้ายนี้จะต้องอดตาหลับขับตานอนชนิดอยากให้มีเครื่องหยุดเวลาของโดราเอมอนไว้ใช้สักเครื่องกันเลย)
เขียนมานี่ไม่ได้จะบอกว่าคนแปลจะต้องแปลงานถูกต้องได้อารมณ์ไม่มีหลุดประหนึ่งเป็นร่างจำแลงของคนแต่ง เพราะถ้าไม่ใช่เทพคุณก็คงต้องมีชั่วโมงบินชนิดเฉียดๆ จะไปถึงอวกาศนั่นล่ะถึงจะทำได้ ไม่พูดถึงว่าบางทีเรื่องมันเขียนถึงซอกหลืบมุมหนึ่งในหลุมกลางเกาะกาลาปากอส ซ้ำด้วยการสำทับว่า มันเหมือนกับรอยกระตรงหว่างคิ้วของอพอลโล ... ก็คนมันไม่เคยเห็นไม่เคยสัมผัส งงบ้างมันย่อมมี
หรือบางทีถ้างานเร่งจนเกินไป -- ซึ่งไม่ใช่ของแปลกในการทำงานหนังสือสมัยนี้ --อาการเบๆ อย่างอาการตาลาย ผิดอย่างไม่ควรจะผิด ก็เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติของคนทำงานกับตัวหนังสือ แม้แต่คนแปลเก่งๆ ก็เกิดอาการนี้ได้ (กับตัวเองที่ยังถือว่าน้องใหม่สุดๆ สำหรับงานแปลก็เคยเป็น ผิดชนิดยังอับอายตัวเองจนถึงบัดนี้ ดีว่า บ.ก. ของตัวเองในตอนนั้นช่วยแก้มาให้)
คนแปลก็ขึ้นชื่อแล้วว่าคน ไม่ใช่เทวดา ความผิดพลาดเป็นเรื่องคู่กันกับมนุษย์
กระนั้นมันก็มีบางเรื่องซึ่งคุณต้องรู้ เช่นคำว่า Supercool ไม่ได้หมายความว่าแอร์เย็นเฉียบในบริบทที่คุณอยู่ในคฤหาสน์ร้างยุคโคโลเนียลกลางกรุงไคโร
หรือรู้ว่า นี่มันหนังสือท่องเที่ยว ไม่ใช่หนังสือสังคมศึกษา จะใช้ภาษาวิชาการไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่หนังสือนิยายฮาเลอควินด้วย
ถ้าคุณไม่รู้ หรือถ้าคุณตาลาย หรือถ้าคุณพลาดไปแล้ว คุณก็ต้องยอมรับความจริงเมื่อมีคนบอกคุณว่ามันผิด ไม่ใช่แก้ปัญหาด้วยการสั่งไม่ให้ใครตรวจแก้งานคุณ
ในการทำงานจริงมันหนักหนาสาหัสกว่านี้ค่ะ เพียงแต่มันไม่สามารถบอกเล่าในที่สาธารณะ
พูดง่ายๆ ก็คือ ไม่มีใครหรอกที่รู้ทุกอย่าง เข้าใจทุกเรื่อง รู้ว่าความหมายในดิกชันนารีที่บอกว่า Scimitar แปลว่าดาบใบกว้างโค้ง จะมีชื่อภาษาไทยว่าดาบวงจันทร์ ขนมสอดไส้สีพาสเทลคือมาการูน แม้แต่บ.ก.เองก็ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากที่อื่น ต่างกันตรงที่ คุณเคยใช้ความพยายามในการทำงานของคุณแล้วหรือยัง คุณพูดได้ไหมว่านี่คือเต็มที่ของคุณแล้ว
ถ้ายังยืนกรานว่านี่คือ 100 เปอร์เซนต์ ก็แนะนำให้ไปทำงานอื่นเถอะค่ะ คุณไม่เหมาะกับที่ตรงนี้หรอก
งานแปลไม่ใช่การสักแต่ถอดความ ไม่ใช่การปั่นงานให้ทันเดดไลน์ ไม่ใช่การโบ้ยความผิดไปให้คนอื่น ในขณะที่รับชอบที่หน้าปกหนังสือ
แต่เป็นการรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง รับผิดชอบต่อต้นฉบับ และเป็นการทำงานร่วมกันเป็นทีม
หรือควรจะถามใหม่ว่า คุณรู้ไหมว่าหน้าที่ของคนที่ทำงานร่วมกับคุณคืออะไร หรือแม้กระทั่งรู้ไหมว่า หน้าที่ของตัวคุณคืออะไร
บ.ก. ไม่ใช่ Ghost Translator นะคะ
--------------------------------------------
ปล. พูดอย่างนี้ก็เหมือนกับทุกอย่างเป็นความผิดของคนแปล ความจริงคือทางสนพ. เองก็มีส่วนกับการที่เลือกคนนั้นๆ มาแปลหนังสือเล่มหนึ่งๆ แต่มีเคสศึกษาว่า ตอนเทสต์งานนั้นออกมาดีมากกกกกกกกก แต่พอเจองานจริงเข้าไปแล้วแทบกระอักด้วยความไม่เข้าใจว่า ไอ้ตอนเทสต์นั่นมันคืออะไร ก็มีเหมือนกัน
edit @ 15 May 2008 17:10:11 by sansaryus