แน่นอนว่าไม่ใช่ดิฉันหรอกค่ะ

แค่วันนี้อึ้งๆ ที่เปิดมาเจอเมลล์เชิญไปงานแต่งของเพื่อนอีกแล้ว!!!

ยังไม่ครึ่งปีเลย สามคนแล้วนะเฟร้ยเฮ้ย

อืม ใจนึงก็คิดนิดหน่อยว่า อืม... เรียนจบป. ตรีตอน 22 อืม.... ออกมาสู่โลกข้างนอกรั้วและเข็มมหา'ลัยที่คอยปกป้องคุ้มครองมาได้แค่สามสี่ปีเอง เหมือนยังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย อืมมม.... หรือเราคนเดียวที่รู้สึกหว่า

....พูดอีกที คือนึกไม่ออกจริงๆ ว่าไอ้การแต่งงานใช้ชีวิตคู่นี่มันเป็นยังไงกันนะ

สงสัยเพราะชีวิตนี้ก็ไม่เคยมีแฟนเหมือนกัน เพราะงั้นอย่าว่าแต่ชีวิตคู่เลย แค่ความรู้สึกว่ามี "เพื่อนรู้ใจ" น่ะไม่เคยรู้ด้วยซ้ำ ไอ้ความรู้สึกอย่างเช่น....

เธอคือคนที่คุยได้ทุกเรื่อง คนที่รู้ใจผมตลอดเวลา แค่ได้อยู่กับเธอก็มีความสุขแล้ว ....

มันเป็นความสมบูรณ์ที่ลงตัวที่สุด

และไม่ช้าผมก็ได้รู้ว่า เธอคือทุกสิ่งทุกอย่าง สำหรับตัวผม

เท่าที่จำได้ไม่เคยรู้สึกเลยแฮะ

แต่แน่นอนว่าเพื่อนรู้ใจแบบไม่มีอัญประกาศน่ะมีนะจ๊ะ รักทุกคนมากเลย (แหวะ...อ้วก)

เคยมีคุณยายคนนึงบอกว่า "ถ้าเธอคิดอยากเจอใครคนหนึ่งมากกว่าหนึ่งครั้งในวันนึงแล้วล่ะก็ เธอกำลังมีความรักแล้วล่ะ"

ไม่เคยรู้สึกเลยเจ้าค่ะ (มีแต่เบื่อหน้ามันชะมัด เมื่อไหร่จะหยุดพูดแล้วปล่อยชั้นกลับบ้านซะเทเซ่)

ประโยคนี้เลยพาไปให้นึกถึงเพื่อนอีกคนหนึ่ง เธอคนนี้ไม่เคยขาดแฟน (อย่างน้อยแฟนแต่ละคนที่มีก็ไม่เคยห่างกันเกินครึ่งปี) แต่เอาเข้าจริงเธอก็ไม่คิดจริงจังกับใครคนไหนสักคน เคยคุยกันครั้งหนึ่ง เธอก็ถามคำถามตอบยากขึ้นมาว่า "แกไม่รู้สึกเหงาบ้างเหรอ เวลามีปัญหาแล้วไม่มีใครให้พูดคุยให้ปรึกษา ไม่มีใครมาดีใจไปกับแก ... มันเป็นความรู้สึกดีๆ ที่มีใครอยู่กับเรา เป็นของเราน่ะ"

อืม... รู้สึกไปเองว่าเหตุผลมันฟังแปลกๆ ว่ะ แต่ถึงอย่างนั้น วันที่โดนถามก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าเหงาไหม จะว่าเหงา... มันก็เหงานะเป็นบางที

แต่นึกอีกที เราเองก็อาจจะชอบความเหงานั้นก็ได้นะ เพราะไม่เคยรู้สึกเป็นทุกข์กะมันเลย ดีเสียอีกมีเวลาทำงาน อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง และส่องหนุ่ม (แน่นอนว่าต้องเป็นหนุ่มๆ ที่ไม่ได้อยู่กันเป็นเอกพจน์) รวมทั้งเรื่องมากมายล้านแปดที่อยากทำ ควรทำ และต้องทำ

ความรักมันก็เหมือนฝนละมั้ง ...มีอีกคนบอกไว้เช่นกัน... มันเป็นเรื่องธรรมชาติ คิดดูก็จริงของมัน ฝนจะตก แดดจะออก จะตกตอนค่ำหรือตอนสาย จะตกไล่ช้าง หรือแค่โปรยปราย หรือไม่ตกเลย ก็ไม่เห็นต้องทุกข์กับมันนี่ (ยกเว้นตอนฝนตกน้ำท่วมบ้านก็คงต้องเป็นทุกข์บ้างสินะ แต่สักวันมันก็ต้องลดแห้งไปแน่นอน)

เพียงแต่ร่างกายและหัวใจเราเป็นสิ่งเปราะบาง ทนุถนอมมันไว้ให้ดีก็แล้วกัน

ขอแสดงความยินดีจากใจจริงกับเพื่อนทุกคนที่ทั้งแต่งงานไปแล้วและกำลังจะเเต่งในภายหน้า ขอให้มีความสุขนะจ๊ะ (แม้ว่าเธอจะไม่ได้มาอ่านบลอคนี้และเราจะไม่เคยโผล่หน้าไปงานไหนเลยก็ตาม เเหะ เเหะ)

ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาเข้ามาอ่านเอนทรีนี้ด้วยค่ะ

......................................................................

ประโยคชวนแหวะผิดวิสัยดิฉันทั้งหลายนี้มาจากเรื่อง Sugar & Spice นำแสดงโดยน้องหนูสุดหล่อ (ที่ตอนนี้ไม่ค่อยหล่อแล้ว) จาก Nobody Knows ยูยะ ยากิระ ดูแล้วประทับใจคุณยายวัยเจ็ดสิบ ย้อมผมบลอนด์ เปิดบาร์ และมีกิ๊กเป็นหนุ่มวัยยี่สิบเกือบๆ ปลาย สดใสซาบซ่า โอววว..... ความรักไร้ขอบเขตจริงๆ

ใครยังไม่เคยดูก็ขอแนะนำค่ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อืม ไม่น่าเชื่อว่าจะเจอคนที่มีความคิดคล้ายกันขนาดนี้ โดนอย่างแรง อายุก็น่าจะพอๆกันนะค่ะ เพราะผ่านรั้วมหาลัยมาแล้ว 3 ปีเหมือนกัน เพื่อนแต่งไปแล้ว 2 คน(อันนี้คือที่เชิญมานะ ที่ไม่เชิญไม่รู้) แต่ไปทุกงานค่ะ ไปเอาบรรยากาศ เคยถูกถามคำถามเดี๋ยวกันจากเพื่อนที่เปลี่ยนแฟนบ่อยเหมือนกันตอบไปว่า " ฉันรักตัวเองมากกว่า " ทำให้ไม่ดิ้นรนหาสิ่งที่ใครๆคิดว่าดีกว่าอยู่การอยู่คนเดียว ถามว่าเหงาไหมก้มีบ้างเป้นบางอารมรณ์ แต่การได้อยู่กับตัวเองมันก็เป็นความสุขอีกแบบหนึ่งจริงไหมค่ะ

" ไม่มีแค่คนรักไม่ใช่เรื่องใหญ่ฉันยังมีมากมายให้รัก โลกนี้สิ่งดีดียังมีอีกมากรักเข้าไปเท่าไหร่ไม่หมด"

ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ

#1 By A_pRiNk on 2007-05-04 15:28

ถ้านับไม่ผิด คิดว่าเพื่อนๆ พรน่าจะแต่งกันเยอะกว่าเจ๊อีกแฮะ ไม่อยากคิดไกลไปว่า อายุน้อยลง แต่งงานไวขึ้น โอว ฐานปิระมิดประชากร เอ๊ะไม่ใช่แล้ว กลับมาๆ

พรก็ไม่ค่อยได้ไปงานแต่งเหมือนกัน เพราะรู้สึกว่ายุ่งยาก นอกจากจะมีคนจัดการให้ทุกอย่าง ซึ่งหลายคนคงจะบอกว่า งั้นมึงไม่ต้องมาก็ได้

โดยส่วนตัว พรก็ไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนแล้วคิดว่าหล่อ ยกเว้นสองมิติ และนับว่าสเปคก็ป๋าเข้าไปทุกที ฮา ผู้ชายไม่จำเป็นสำหรับพรเท่ากับหม่าม้าอ่ะ

ขณะเดียวกันพรก็คิดว่าการแต่งงานมันมีเรื่องอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากงานแต่งที่สวยหรู เช่น การตรวจเลือด พันธุกรรม ฯลฯ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นสิ่งที่ควรระลึกไว้ก่อนมีเพสสัมพันธ์ด้วย แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เปรียบเสมือนว่า การแต่งงานเป็นไปเพื่อการดำรงเผ่าพันธุ์ มากกว่า

ดังนั้นพรเลยไม่เคยคิดว่า ตัวเองเหมาะสมกับการไปให้บริการปรึกษาในงานพวกWedding Fair อ่ะ (พอดีวันนี้เห็นป้ายว่ามีงานอยู่ เลยนึกขึ้นได้) คือไม่พร้อมทั้งเจตคติ, สุขภาพ, เวลา

ปล. พอดีพรเป็นเจ้าสาว(?)ที่กลัวฝนอ่ะ ฮา

#2 By ShinriTaKe on 2007-05-05 02:26